วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

โทนเนอร์ จำเป็นแค่ไหน


Q : ได้ยินว่าเราไม่จำเป็นต้องใช้โทนเนอร์ก็ได้ แต่ทำไมยังมีโทนเนอร์วางขายอยู่
A : สมัยก่อนโทนเนอร์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูงมาก เป็นสาเหตุให้ผิวแห้งตึง ผู้หญิงหลายคนจึงไม่ค่อยชอบโทนเนอร์ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาโทนเนอร์ที่มีประสิทธิภาพการบำรุงมากขึ้น ดังนั้นควรรู้จักเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว

เลือกโทนเนอร์อย่างไรดี

1. ใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์
โดยทั่วไปโทนเนอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โทนเนอร์ขจัดสิ่งสกปรก เช่น น้ำมันส่วนเกิน ฝุ่นละออง หรือเมคอัพตกค้างที่คลีนเซอร์ล้างออกไม่หมด กันโทนเนอร์บำรุงผิว ซึ่งมีวิตามิน เกลือแร่ และสารบำรุงความชุ่มชื้นผิว

* ผิวธรรมดา - ผิวผสม - ผิวมัน
เลือกโทนเนอร์ที่ช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรก ต้นเหตุของสิว
* ผิวธรรมดา - ผิวแห้ง
เลือกโทนเนอร์ที่มีคุณสมบัติมอบความชุ่มชื้นปราศจากแอลกอฮอล์ คนผวิธรรมดาอาจใช้โทนเนอร์ เฉพาะตอนเย็น
* ผิวที่มีปัญหาริ้วรอย
เลือกโทนเนอร์ที่ทั้งปกป้อง มอบความชุ่มชื้น และผลัดเซลล์ผิวในขวดเดียวกัน (สารสกัดจากชาขาว จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและปกป้องผิวจากมลภาวะ สาเหตุหนึ่งของริ้วรอยก่อนวัย)

2. ใช้ให้ถูกวิธี
สามารถใช้กระดาษทิชชู่ชุบโทนเนอร์เช็ดผิวได้ แต่สำสีจะอ่อนโยนต่อผิวหน้ามากกว่า โดยเฉพาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และควรเช็ดโทนเนอร์หลังล้างหน้าใหม่ๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น



ที่มา : mcot

 

 

ประโยชน์ของโทนเนอร์



     - โทนเนอร์แปลว่าปรับสภาพผิว ไม่ใช่การบำรุงให้ใบหน้าชุ่มชื่นหรือได้ผลเทียบเคียงครีมบำรุง แต่เป็นการเตรียมผิวก่อนทาครีม ซึ่งผลที่ได้แน่นอน คือ ความสะอาดที่มั่นใจได้มากขึ้น และทำให้ผิวรู้สึกสบาย

    - ถ้าผิวมีสิว เลี่ยงทันทีกับโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ เมนทอล และไซลิไซลิค แอซิด ที่ยิ่งทำให้ผิวแห้ง และยิ่งเร่งการขับไขมันออกมามากขึ้น

    - การเช็ดถู ควรเลือกใช้สำลีธรรมชาติที่อ่อนนุ่มประกอบกันด้วย เช็ดผิวจากด้านล่างขึ้นด้านบน และทำอย่างเบามือที่สุด เพื่อลดการเกิดริ้วรอยและการขยายของรูขุมขน

    - ค่า PH ควรรักษาความเป็นกรดด่างของผิวหน้าให้สมดุล คือ ค่าความเป็นกรดด่างของผิวที่เหมาะสมคือ 4-6 หรือมีความเป็นกรดเล็กๆ (1-6 คือเป็นค่ากรด และ 7-14 เป็นค่าด่าง) โทนเนอร์ก็สำคัญที่ไม่ควรมีกรดมากเกินไปเพราะเป็นการขโมยออกซิเจนออกจากผิว ทำให้ต่อมไขในทำงานหนักขึ้น และต้องใช้เวลาอีกกว่า 30 นาที กว่าผิวจะปรับสภาพกลับมาตามเดิม

    - โทนเนอร์ช่วยให้ครีมบำรุงทำงานดีขึ้น เมื่อใช้หลังล้างหน้าในการปรับให้ผิวรักษาความสมดุล ชุ่มชื่น จากนั้นเมื่อทาครีมบำรุง ครีมจึงซึมซาบลงสู่ผิวง่ายขึ้น และลึกมากขึ้น หากใช้ครีมบำรุงหลังโทนเนอร์ภายใน 1-2 นาที

    - โทนเนอร์สามารถดัดแปลงได้ โดยนำชนิดที่ปราศจากแอลกอฮอล์ไปแช่เย็นแล้วนำมาฉีดพรมใบหน้าและลำตัว เพื่อลดการขยายตัวของเส้นเลือด ผิวจะรู้สึกสบาย แถมยังได้บำรุงไปในตัว

    - โทนเนอร์จะช่วยทำให้เครื่องสำอางติดทนขึ้น เพียงนำโทเนอร์ที่มีกลิ่นหอม ชื่นใจ นำมาใส่ขวดที่มีหัวฉีด จากนั้นฉีดพรมบางๆ บนใบหน้าหลังแต่งหน้าเสร็จ จะช่วยให้เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนผสมจากแร่ธาตุ ทั้งหลายเกาะผิวได้ดี และทำให้ผิวดูชุ่มชื่นขึ้น







ที่มา ... ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศการประชาสัมพันธ์

 

 

เทคนิคทำผมง่าย ๆ พร้อมเฉิดฉายในงานปาร์ตี้

      สาวคนใดที่ต้องออกงานโดยที่ไม่ทันได้เตรียมตัว หรือมีเวลาไม่พอสำหรับจะไปเสริมสวยหลังเลิกงาน เราเลยมีเทคนิคในการทำผมง่าย ๆ ให้ดูดีสำหรับออกงานและใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ก็จะทำให้คุณดูสวยได้อย่างมั่นใจ พร้อมเฉิดฉายในงานปาร์ตี้ได้อย่างไม่อายใครเลยละค่ะ




   แบบที่ 1 : เกล้าผมแบบสาวเปรี้ยว

    เกล้าผมด้วยวิธีง่าย ๆ สำหรับสาวเก๋แอบเปรี้ยวด้วยการเซตให้ปลายผมดูชี้และโชว์ลอนสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

    รวบผมด้านหลังตรงท้ายทอยแล้วบิดให้เป็นเกลียวเล็กน้อย จากนั้นนำกิ๊บดำมาติดไว้ 1-2 ตัวเพื่อทำให้ผมแน่น 

    ขึ้นหรือใครที่ผมหนาควรใช้ยางรัดผมรัดให้แน่นก่อนนะคะ

    ตวัดปลายผมขึ้นไประดับกลางศีรษะ ใช้กิ๊บดำ 3-4 ตัวติดผมโดยแบ่งเป็นช่อ แล้วแต่ว่าอยากให้ฟูหรือปลายผมชี้มากน้อยแค่ไหน

    ใครที่มีผมดัดเป็นลอนอยู่แล้ว แค่ใช้นิ้วจับผมด้านหน้าช่อเล็ก ๆ แล้วบิดเกลียวให้ผมดูเป็นลอนสวยอย่างธรรมชาติ หรือใครที่ผมตรง ก็ทำได้เช่นกันค่ะ โดยที่คุณหาสเปรย์มาฉีดแล้วจัดแต่งทรงได้ตามต้องการ

     
TIP   แบบที่ 2 : มัดผมสไตล์สาวหวาน

     สาว ๆ ที่อยากให้ลุคของคุณดูหวานขึ้น ลองมัดผมแบบต่ำ ๆ และเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง แค่นี้ก็เพิ่มความอ่อนหวานให้กับคุณได้มากทีเดียว

    รวบผมทั้งหมดไปข้างใดข้างหนึ่ง แล้วมัดให้ดูหลวม ๆ

    จากนั้นก็เซตให้ผมดูมีวอลุ่มมากขึ้นด้วยการจับผมด้านหลังให้ดูหลวมๆ และปล่อยผมอีกข้างสักช่อลงมาเพื่อให้ใบหน้าของคุณดูเรียวขึ้น

    จับผมมา 1 ช่อ จากนั้นพันทับตรงยางรัดผมจนสุดแล้วใช้กิ๊บดำ 1-2 ตัว ติดปลายผม






ที่มา .. Woman Plus

 

หากอยาก ให้ทรงผมดูมีความสวยงามและหรูมากขึ้น ลองหากิ๊บเก๋ๆ สักตัว ริบบิ้น หรือที่คาดผมลายสวยมาประดับก็จะทำให้ลุคของคุณดูไม่เรียบจนเกินไป


วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

รีวิว ; Etude BB Magic Cream ครีมมหัศจรรย์ของสาวเกาหลี

• อันนยอง BB Cream คิกๆ •
       อันยนอง~ เฮ้อออ หวัดดีงั๊บ ไม่ได้อั๊พตั้งหลายวัน ฮือออออ มีใครคิดถุงกันบ้างมั้ยยยยยย (.......เงียบ...) ง่า.. หายไปหลายวันแต่ก็ยังเกาะกระแสห้องสาวๆอยู่ เลยไปคุ้ยหา ไอ่นี่มา..เหอๆๆๆๆ ได้มาแว้ววววววววววว BB cream ที่ร่ำลืออออ ของ Etude House ค่า หลอดเล็กกระทัดรัด แถมยังปล่อยให้เรา งง ด้วยแพคเกจ หลอดบีบแต่เป็นหัวปั๊ม(เออ เอากะมันสิ) ให้ตายเถอะ..




      จิงๆแล้วจากที่ดูมา บีบี เนี่ยย่อมากจาก blemish balm เอาไว้ใช้ในวงการแพทย์สำหรับคนที่ทำหน้า ทำเลเซอร์ทั้งหลายมา ไว้บำรุงบรรเทาทั้งหลายเหล่ แต่ก็มีสีนิดๆให้ดูสดใสขึ้นบ้าง แต่ไปๆมาๆพี่เกาแกก็เอาไปดัดแปลงจนมากลายเป็นเครื่องสำอาง ครอบจักรวาล เป็นทั้ง เบส+รองพื้น+บำรุง ไปในตัว บางยี่ห้อ ก็ใส่กันแดด whitening เอยไรเอย...จนแทบไม่ต้องใช้อะไรแล้ว ประมาณว่ามี bb cream หลอดเดียวก็สวยได้.. เท่าที่ดูๆมา เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี แทบจะทุกยี่ห้อ(ทุกยี่ห้อละกัน) จะทำ บีบี ครีมออกมาขายกันหมด เรียกได้ว่าตลาดเกาหลี บีบี ครีมมาแรงแซงโค้งมากมายยยย..ในรูปรีวิวก็เวอร์มากๆๆ ดูแล้วไม่น่าจะเปนไปได้ จากหน้าสิวๆหมองๆ เหมือนโดนคุณไสย ทาไป ปร๊าดดดด..ขาวใส เด้ง บลิ๊งๆขึ้นมาทันที...ถ้าไม่เชื่อ มีตัวอย่างให้ดู รูปจากเวป etude ค่ะ





       จิงๆก็ศึกษามาเยอะอยู่ยี่ห้อไหนดี ถามคนที่เคยใช้ + อ่านรีวิวสาวเกาหลี แหม..ว่ากันว่า "เนียนมากๆ รูขุมขนนี่ฉาบไปเลยนะ..แทบไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลย ขาวขึ้นด้วย เด้งๆอ่ะ..บลาๆๆๆ" แต่ยี่ห้อที่เค้าใช้กันจิงๆก็จะเปนยี่ห้อ online หาซื้อยากมากมาย เราก็เลยเอาก็เอาวะ บ้านอีตูด นี่แหละ หาซื้อง่ายแล้วก็ไม่แพงด้วยเหมาะแก่การลองเป็นอย่างยิ่ง ---- แถมเค้ายังว่ากันว่า ตอนนี้ บีบี ครีมกลายเป็นเครื่องสำอางค์ชิ้นสำคัญที่วงการที่เกาหลีขาดไม่ได้ซะด้วย จะแต่งอะไรก็ตาม ต้องลง บีบีครีมก่อนเป็นอันดับแรก ที่เราเห็น ดารา นักร้อง หน้าเนียนๆเนี่ย ได้ บีบี ครีมเนี่ยช่วยทั้งนั้นนนนนนนน...(กระตุ้นต่อมอยากมากมาย)

       ได้ของมาปุ๊ปแกะปั๊ป ลองกะมือทันที เนื้อครีมเป็นสีเนื้อๆไม่เหลือง ไม่ชมพู ตุ่นๆ...(สีแปลกๆงี้ทุกยี่ห้อ) เนื้อจะหนักๆหน่อย เกลี่ยไม่ยากเท่าไหร่กำลังดีเลย กลิ่นสมุนไพรๆมากๆ ดูจากส่วนผสมก็มีพวก plant extract (เขียนถูกมั้ย) เยอะมากเหมือนกัน...ดูแล้วน่าจะดีต่อผิวน๊า (ถึงแม้ว่าจุดประสงค์จะไม่เท่าพวก ออรจินั่ล ก็เถอะ) เกลี่ยแล้วก็รอซักหน่อย เพราะอ่านรีวิวเค้าว่ากันว่าต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วจะเห็นผลชัดเจน

15 นาที ผ่านไปป....


เนื้อครีมจะค่อยๆขาวขึ้นกว่าตอนทา จะดูเนียนๆนวลๆ น่าพอใจเปนอย่างยิ่ง...เช่นนี้แล (คลิ๊กดูรูปใหญ่ได้ค่ะ)




แหงะ..!!! จะว่าไปลองกะมือไม่ค่อยรู้หรอก วันนี้ไม่ได้ไปไหน ลองกะหน้าดีกว่า

# ลองกะหน้า วันที่อยู่บ้านเฉ๊ยๆ

      เกลี่ยไม่ยากนะคะ พอๆกะรองพื้นป้าลอ รุ่น ซิลค์ ครีม เวลาทาบนหน้าสีจะไม่แปลกเหมือนทาบนมือ เป็นสีกลางๆใช้ได้ทุกสีผิว ปิดรอยได้ดีพอควร แต่ก็รอยเยอะๆเข้มๆ ก็ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์อยู่นะคะ กลบรอยแดงได้ดี ทิ้งไว้ซัก 10 นาทีหน้าจะเด้งขึ้นมาจากเดิม (แปลกมากๆ ทั้งที่สีตอนที่ทากลืนก่าหน้ามากมาย) ผิวจะดูสว่างขึ้น โกลว์ๆ ให้ลุคเกาหลีๆ (โอววว) คนไหนหน้าดีๆก็ปัดแป้งฝุ่นแล้วออกได้เลย ถือว่าผ่านนนนนนนน...สำหรับ บีบีครีม etude แหม่...แค่หลอดแรกก็อยากลองหลอดอื่นๆแล้วสิ อิอิ

# (อัพเดต) ออกจากบ้าน เดินไปเดินมาให้หน้าพอเยิ้ม

      เมื่อกี้ออกไปรพ.มาไปเยี่ยมอาม่า เดินเล่นซื้อขนมช่วงเย็นๆประมาณ 5-6 โมง ไม่มีแดดเท่าไหร่ จะเห็นได้ว่าไม่คุมมันเท่าที่ควร ต้องซับหน้าเหมือนกัน แล้วก็แอบละลายหายไปนิดนุงด้วย แต่ก็เติมๆแป้งเข้าไปก็เหมือนเดิมละ โช๊ะเด๊ะ!!

     ※ รุ่นที่เราได้มา เป็นรุ่นสำหรับผิวผสมนะคะ (มันเขียนว่า จ๊กจ๊ก ฮัน แปลถูๆไถๆ ได้ความว่าสำหรับผิวเปียกๆชุ่มๆหงะ กร๊ากกกกกก..) ไม่คุมมันเท่าไหร่ แต่ไม่ทำให้มันเพิ่มขึ้นคะ...พอน้ำมันเริ่มออก (เหมือนลนเทียน) หน้าก็จะดูโกลว์ๆกำลังดี อิอิ

credit : Ma'boa bloggang  : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=mameawma&month=07-2007&date=12&group=2&gblog=10





สนใจสินค้าที่นี่ค่ะ   http://skinfood2009.tarad.com/product.detail_602995_th_2743009

รีวิว Etude Dream on Base & slim & cover spf22/pa+

ได้ฤกษ์รีวิวแล้ววว
วันนี้เอาแบบเรียกน้ำย่อยก่อนน้าา

นี่เรยค่ะ หน้าตาของbaseตัวนี้ชื่อเต็มๆของเค้าคือ

เราใช้สีเขียวอ่ะค่ะ #1 mint Dream



มือเค้าเองง กรังๆอ่ะ

เนื้อเบสประมาณนี้ค่ะ

ทาถูทาถู เนื้อเบสเกลี่ยยากหน่อยค่ะ
แต่ต้องใช้เวลาหน่อยค่ะ เนื้อจะข้นๆหน่อย


ทาออกมาแล้วได้แบบนี้เรยค่ะ

เนื้อเบสจะเนียนไปกะผิวเรยนะ วิ้งๆด้วย ออกขาวๆค่ะผ่องมากกกก
ออกไปทางวอกเรยหล่ะค่ะ ถ้าไม่ขาวแบบจิงๆไม่แนะนำเรยนะ
ยิ่งถ้ามือหนักนี่ ต้องเช็ดออกยกใหญ่ แต่ผลที่ได้
สำหรับเราให้8/10 ค่ะ
อีก2คะแนนที่หายไป เราว่ามันวอกไปหน่อย
เรื่องปกปิดไม่ค่อยช่วยนะคะเพราะว่ามันเปนแค่เบสด้วยแหละ
คุมมันได้นิดหน่อยค่ะ
ทาตอนเช้า ประมาณเที่ยงๆก้อเยิ้มหน่อยๆและ
เอาไว้จะมาต่อนะคะ

ที่มา : http://www.bloggang.com/   คุณ  seoul-street

สินใจชมสินค้าที่นี่ค่ะ : http://skinfood2009.tarad.com/product.detail_602995_th_2658762




รีวิว : Rojukiss TWOWAY whitening Source

Rojukiss TWOWAY whitening Source

กล่องสีขาว
Ingredients :
Aqua ,Gylcerin , Sodium Lactate , Anthemis Nobilis Flower Extract , Carbomer , Arginine , Lactic acid , Alcohol , Hydroxylated Lecithin , PEG 60 Hydrogenated caster oil , Methy Paraben , Caprylyl gylcol , Protease , Beta-Glucan , Anthemis Nobilis Flower Extract , Butylene gylcol , Xanthan Gum

ตัวนี้คงเป็นตังเร่งให้ทำงานได้ดี ส่วนผสมก็มีทั้งช่วยเรื่องการสื่อสารระหว่างให้ให้สมดุล ทั้งยังมีส่วนผสมที่ช่วยเรื่องปกป้องผิวอย่าง Hydroxylated Lecithin ร่วมกับ Beta-Glucan นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยลดความแห้งกรานของผิวอย่าง Protease โดยรวมเป็นส่วนผสมที่เน้นให้ผิวกลับคืนสภาวะปกติให้สมดุลขึ้นครับ

กล่องสีดำ
Ingredients :
Water, Beta-glucan, Arbutin, Ubiquinon(Coenzyme Q10) ,PEG-60 hydrogenated castor oil, Lecithin, Coceth-7/PPG-1-PEG 9 lauryl glycol ether/PEG 40 hydrogenated castor oil, Na-lactate, DL-panthenol, Retinyl palmitate, Anthemis Nobilis Flower extracts, Pinebark extract, Caprylyl glycol, Aralia Elata Root Extract, Orange oil,1,3-Butylene glycol, Glycerin, Lactic acid, Xanthan gum, Tocopheryl acetate, Ethanol, Methyl paraben

บอกได้เลยว่าใครที่ชอบ Arbutin ตัวนี้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ดีมากๆๆเเละเข้มข้นเพียงพอแน่นอนครับ

มารู้เรื่อง Arbutin กันก่อนนะครับ

Arbutin

Arbutin ปกป้องผิวด้วยการต่อต้านการทำลายผิวจากอนุมูลอิสระ Arbutin เปฌนสารกลุ่ม whitening ที่เป็นที่นิยมใน Japan และ Asian สำหรับการลดเลืแนความหมองคล้ำจากเม็ดสี โดยมันจะไปยับยังการฟอร์มเป็นเม็ดสีโดยไปบล็อคการทะงานของ Tyrosinaseนอกจากนี้ยังสามารถลดความรุ่นแรงของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการปนเปือนจากแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังใช้รักษาผิวหนังอีกเสบจากภูมิแพ้ Arbutin เป็นสารที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ทาภายนอกซึ่งไม่ก่อให้เกิดพิษเหมือน Hydroqinone

สรุปหน้าที่เกี่ยวกับผิวเมื่อใช้ Arbutin ถ้าเข้มข้นเพียงพอ คือ Whitening effects, anti- age effect และ UVB/ UVC filter

ดังนั้นตัวนี้ความเข้มข้นผ่านผลที่จะได้รับก็น่าจะช่วยให้ผิวข่าวได้ระดับหนึ่งแต่คงไม่ได้ที่สุดหรือชนะตัวที่มีส่วนผสมเรื่องความขาวหลายตัว

ดังนั้นการที่มี Arbutin มาเป็นอันดับสาม นั้นถือว่าได้รับประโยชน์เต็มๆ หมอว่าดีกว่าหลายๆแบรนที่บอกว่าใช้ Arbutin หลายแบรนหมอเห้นว่าใส่กลางๆๆ ขนาดราคาแพงๆๆนะครับ จึงหายากมากถึงที่สุดเลยละครับส่วนผสมลำดับที่ 2 คือ Beta-glucan ที่ต้านการอักเสบของผิว เสริมสร้างงภูมิคุ้มส่งเสริมให้ผิวแข็งแรงขึ้นไม่พอครับยังใส่ Lecithin ที่ช่วยให้โครงสร้างผิวดีขึ้น และที่ชื่นชมที่ใส่ Coenzyme Q10 มาหลัง Arbutin เพื่อช่วยเรื่องริ้วรอยและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเป็นอย่าง ถือว่านอกจากจะขาวและยังได้ปกป้องผิวจากวัยที่มากขึ้นอีกด้วยละครับ พร้อมทั้งยังใส่ Anthemis Nobilis Flower extracts มาเพื่อลดการระคายเคืองผิว ซึ่งเป็นการบอกว่าใครที่ผิวบอบบางอยากขาว ใช้ได้นะ หรือโรคผิวหนังที่ไม่รุนแรงก็ใช้ได้นะ ตามมาด้วย DL-panthenol มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมุลอิสระ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ลดการอักเสบและแดงจากการแพ้แดด ช่วยลดการลอกเป็นขุยของผิวหนังโดยควบคุมสมดุลของการหลั่ง sebum ไม่ให้หลั่งลดลงในบริเวณที่ผิวแห้งลอกเป็นขุย ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ของผิวหนังจากชั้นผิวลึกทำให้แผลหายเร็ว ออกฤทธิ์เสริมกับวิตามินอีได้ดี(ตัวนี้ยังได้ใส วิตามิน อี มาด้วย ทำให้เสริมฤทธ์ได้ดีขึ้นเลยทีเดียว) ส่วนสารต้านอนุมูลอิสระก็ใส่มาอย่าง Retinyl palmitate ส่วนสารให้ความชุ่มชื้นอาจไม่มากอย่าลืมทาครีมเนื้อเบาทับตามด้วยละครับ

สารสกัดจากธรรมชาติก็ใส่มาหลายตัว Pinebark extract ที่ทำหน้าที่เป็น anti-oxidant แต่ยังมีหลักฐานไม่ชัดเจน

เป็นตัวที่ช่วยเรื่องขาว(ในระดับปานกลางถึงดี แล้วแต่ผิวคล้ำสะสมของแต่ละคน) ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและต้านการอักเสบและระคายเคืองได้เป็นยอดเลยละครับ





วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

สาว ๆ กับการตรวจภายในที่ไม่ควรมองข้าม

กระโปรง

สาว ๆ กับการตรวจภายในที่ไม่ควรมองข้าม (Lisa)

          มะเร็งปากมดลูก ซีสต์ เนื้องอก และมะเร็งที่รังไข่ หรือมดลูก สามารถรู้แต่เนิ่น ๆ ได้ด้วยการตรวจภายในและอัลตร้าซาวนด์

          ดาราสาว นิโคล คิดแมน เคยได้รับการผ่าตัดซีสต์ที่รังไข่มาแล้ว ดังนั้น สาว ๆ ทั้งหลายจึงควรให้ความใส่ใจกับสุขภาพในช่องท้องน้อยและปากมดลูก ด้วยการตรวจภายในและอัลตร้าซาวนด์ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสาวโสด หรือแต่งงานแล้ว

          ดังนั้น นพ.วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลราชวิถี จึงได้ให้ความกระจ่างดังนี้ค่ะ

การตรวจภายในสำหรับผู้หญิงมีความสำคัญอย่างไร

          การตรวจภายในถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะว่ามีหลายโรคของผู้หญิงที่ตรวจพบได้ก่อน โดยที่ผู้หญิงไม่มีอาการ การตรวจภายในจึงเป็นสิ่งช่วยป้องกัน และรักษาไม่ให้เกิดการสูญเสียในอนาคตได้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้ไม่สูญเสียอวัยวะ หรือระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจภายในเป็นประจำ สม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง แม้จะไม่มีอาการอะไร

ควรเริ่มตรวจภายในเมื่ออายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นสาวโสด หรือแต่งงานแล้ว

          ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ดูจากความเหมาะสมแล้ว อายุ 25 ปีขึ้นไปก็ควรได้รับการตรวจภายใน แต่ถ้าแต่งงานก่อนอายุ 25 ปี ก็ควรไปรับการตรวจทุก ๆ ปี

คนไทยที่ยังโสดมักอาย แต่สำคัญอย่างไรแม้ว่าจะโสดก็ควรตรวจภายใน

          จริง ๆ แล้วการตรวจภายในเป็นการตรวจบริเวณปากมดลูกเป็นหลัก แต่เราไม่สามารถตรวจได้ แพทย์ก็มีวิธีที่ไม่ทำให้บาดเจ็บ หรือบอบช้ำได้ ถ้าเราพบแพทย์ผู้ชำนาญในการตรวจเพียงพอ จริง ๆ แล้วสาวโสดมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกน้อย ในกรณีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย แต่อาจมีความผิดปกติด้านอื่น ๆ ได้ แต่ก็ไม่มาก ฉะนั้น ถ้าถามว่าสาวโสดไม่ตรวจภายในได้ไหม ก็ยังพอได้ แต่อาจตรวจดูเฉพาะภายนอก แล้วก็ตามด้วยการอัลตร้าซาวนด์ทดแทน ซึ่งอัลตร้าซาวนด์เป็นเครื่องมือที่ใช้คลื่นเสียง ไม่มีรังสีใด ๆ ประโยชน์ก็อย่างเช่น ช่วยให้รู้ขนาดและรูปร่างของมดลูก ว่ายังปกติไหม

          ทั้งนี้ บางคนที่มีเนื้องอกที่มดลูกโดยไม่รู้ตัวมานาน เพราะว่า เนื้องอกของมดลูก 50% ไม่มีอาการ หรือบางคนมีก้อนเนื้องอกหรือถุงน้ำ ที่เรียกว่า ซีสต์ที่รังไข่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่มีอาการ พบได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ถึงขั้นเป็นมะเร็งก็มี

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ทุกปี สามารถบอกอะไรได้บ้าง

          อย่างน้อยการได้ตรวจอัลตร้าซาวนด์ ถ้าพบว่า มีเนื้องอกก็จะทำให้เรารู้ไว้ก่อนว่า เนื้องอกระดับที่เป็นอยู่อันตรายหรือยัง ก็จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ต่อไป แต่ถ้าเราไม่เคยตรวจเลย อาจรู้อาการก็ต่อเมื่อก้อนเนื้องอกใหญ่มากแล้วก็ได้ ฉะนั้น การตรวจทุกปีจึงมีประโยชน์ในการไม่ต้องรอจนมีอาการ ซึ่งจะรักษาได้ง่ายกว่า

          นอกจากนี้ รังไข่ที่อยู่ภายในช่องท้อง หรือที่เรียกว่า ช่องเชิงกราน คือทั้งมดลูก และรังไข่อยู่ในท้องน้อย เพราะฉะนั้น การตรวจภายในสามารถช่วยได้ และถ้าได้ตรวจอัลตร้าซาวนด์ร่วมด้วยก็ยิ่งดี แต่ถ้าตรวจภายในไม่ได้ อย่างน้อยได้ทำอัลตร้าซาวนด์ก็ยังดี เพื่อจะได้ดูรังไข่และโพรงมดลูก เพราะรังไข่มีโอกาสเป็นตั้งแต่เนื้องอกจนถึงเป็นซีสต์หรือถุงน้ำ

อวัยวะที่ควรได้รับการตรวจมีอะไรบ้าง

          ปากมดลูก มดลูก และรังไข่ ซึ่งเป็นจุดสำคัญ ที่เหลือก็เป็นจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้หญิง เช่น ท่อรังไข่ ช่องคลอด ซึ่งช่องคลอดก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญ คือ มักจะมีการตกขาวที่ผิดปกติ ซึ่งควรพบแพทย์

          ส่วนมดลูก ก็จะดูอาการว่า หากมีประจำเดือนผิดปกติ เช่น มาน้อย หรือหลาย ๆ เดือนมาที ก็ต้องไปพบแพทย์ เพราะมันอาจมีความผิดปกติของระดับฮอร์โมนแล้วก็มากระทบที่ตัวมดลูก

          ส่วนรังไข่ มักไม่มีอาการ แต่อาการหนึ่งที่ควรไปพบแพทย์คือ เรื่องปวดประจำเดือน โดยเฉพาะถ้ามีอายุ 20 ปีขึ้นไปแล้วยังปวดอยู่ ควรไปพบแพทย์ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับการปวดประจำเดือนโดยเฉพาะ เพราะว่ามีภาวะที่เรียกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกงอกผิดที่ ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องแต่งงานแล้วหรือไม่ เพราะปัจจุบันพบว่า โรคพวกนี้พัฒนาเร็วขึ้นในกลุ่มผู้มีอายุน้อย จนถึงขั้นที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์

ผู้หญิงไทยเป็นโรคอะไรมากที่สุด ในอวัยวะสืบพันธุ์

          ตกขาว ประจำเดือนผิดปกติ เนื้องอกในช่องท้อง สามอย่างนี้เป็นกันมากที่สุด แต่โรคที่พบมากที่สุดในบรรดามะเร็งคือ มะเร็งปากมดลูก ส่วนภาวะสามอย่างข้างต้นอาจมีโรคที่เกี่ยวข้องได้หลายอย่าง อาการหนึ่งอาจมีหลายโรคที่เป็นต้นเหตุ อาการที่คนไข้มักไปพบแพทย์คือ มีตกขาวมาก คันและมีกลิ่น หากมีอาการที่ว่านี้ ต้องไปพบแพทย์

          ประการที่สอง คือ เรื่องประจำเดือนผิดปกติ ไม่ว่าจะมาเยอะ หรือมาน้อยก็ควรไปพบแพทย์

มีโรคอะไรบ้างที่ทำให้ผู้หญิงมีลูกยาก

          ที่พบบ่อยคือ โรคเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ ซึ่งอาจมีอาการหรือไม่มีอาการก็ได้ อาการส่วนใหญ่ก็คือ ปวดประจำเดือน หรือไม่ปวดมาก แต่ปวดหน่วง ๆ ช่วงมีประจำเดือน ปวดหน่วงเหมือนปวดถ่วงจะถ่ายหนัก แต่พอเข้าห้องส้วมแล้วก็ไม่มีอะไร โดยเฉพาะช่วงมีประจำเดือนจะเป็นบ่อย ถ้าเป็นมากก็จะปวดตลอดโดยไม่มีประจำเดือนก็มี หรือเวลามีเพศสัมพันธ์ก็ปวดลึก ๆ

          สาเหตุรองก็คือ ปัญหาการทำงานของรังไข่ หรือที่ท่อรังไข่ เช่น รังไข่ไม่ค่อยตกไข่ มีระดับฮอร์โมนผิดปกติ หรือท่อรังไข่ตีบตัน เช่น ปีกมดลูกเคยอักเสบบ่อย

แล้วปีกมดลูกอักเสบเกิดจากอะไร

          ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งปัจจุบันพบได้น้อย มักจะติดเชื้อติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือถ้ามีคู่นอนหลายคน ก็อาจมีปัญหานี้เกิดขึ้นได้ คือ ทำให้ปวดท้องน้อยบ่อย ๆ ก็จะทำให้ท่อรังไข่อักเสบ และตีบ หรือมีพังผืดมารัด

วัยรุ่นในปัจจุบันนิยมอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ควรได้รับการตรวจไหม

          ควรตรวจ เพราะปัจจุบันวัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ในอายุที่น้อยลง เพราะฉะนั้นจึงควรไปพบแพทย์เพื่อจะได้รับความรู้ ความเข้าใจเรื่องการคุมกำเนิด และเพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ วิธีคุมกำเนิดก็ไม่ควรไปตามร้านขายยา เพราะเราอาจไม่รู้ว่า เราเหมาะสมกับวิธีใด เพราะมียาหลายชนิด บางคนกินยาคุมกำเนิดบางยี่ห้องแล้วแพ้ ก็อาจคิดว่า ยาคุมกำเนิดไม่เหมาะกับตัวเอง ซึ่งความจริงอาจไม่ใช่ แต่อาจเกิดจากการใช้ไม่ถูกประเภทของยาก็ได้

          นอกจากนี้ จะได้รู้วิธีป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย และถ้ามีปัจจัยทางการเงินพอ ก็อาจปรึกษาแพทย์ เรื่องการป้องกันมะเร็งปากมดลูกโดยการฉีดวัคซีนร่วมด้วย ซึ่งจะดีถ้าฉีดก่อนมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น ก็จะได้ประโยชน์ในช่วงวัยรุ่นไปจนถึงโต หากปัจจัยทางการเงินไม่อำนวย ก็ไม่จำเป็นแต่อย่างน้อยก็ต้องไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกปี

ข้อแนะนำจากแพทย์

          การตรวจภายในก็เพื่อให้ความมั่นใจกับเราว่า เราอยู่ในสภาวะปกติดี แต่อย่าคิดในทางกลับกันว่า หากไปตรวจแล้วเจอโรคล่ะก็แย่เลย ไม่ควรคิดเช่นนี้ ต้องคิดว่า ถ้าตรวจเจออะไรแล้วจะได้แก้ไขได้ก่อนซึ่งก็ถือว่า เราโชคดีที่ได้พบก่อน

          นอกจากนี้ การตรวจพบในระยะเนิ่น ๆ ในทางการแพทย์ถือว่า มีโอกาสรักษาหายสูงมาก อะไรที่เราไม่รู้ตัวแล้วเจอทีหลังมักจะเสียโอกาส หรืออาจจะสายเกินแก้ นอกเหนือจากนี้ก็คือ ถ้ามีอาการอะไรที่ไม่แน่ใจก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ปัจจุบันสาขาสูตินรีแพทย์แบ่งเป็นสาขาย่อย เช่น แพทย์สาขาปริกำเนิด (ระยะการคลอด) สาขามะเร็ง ฯลฯ

ข้อควรรู้

           ประจำเดือนผิดปกติ คือ ประจำเดือนมาเกิน 7 วันแล้วไม่หยุดสนิท มีสีน้ำตาลกะปริดกะปรอย เป็นอาการที่ควรไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่ปกติ หรือประจำเดือนมาไม่ถึง 3 สัปดาห์ ก็มาอีก คือมาก่อน 21 วัน

           หรือ ประจำเดือนมามากก็คือ มีเลือดเป็นก้อน เพราะประจำเดือนของผู้หญิงจะมีกลไกที่ไม่ทำให้เป็นลิ่มเลือด เมื่อเป็นลิ่มเลือดก็แสดงว่า มีมากจนสารประกอบที่ทำให้ละลายเลือดผลิตไม่เพียงพอที่จะละลายได้